VAT 7% กับ หัก ณ ที่จ่าย 3% ในใบแจ้งหนี้ ต่างกันยังไง? (พร้อมตัวอย่างคำนวณ)
ฟรีแลนซ์และเจ้าของธุรกิจเล็ก ๆ หลายคนสับสนกับสองตัวเลขนี้ที่สุด: VAT 7% ที่ต้อง "บวกเพิ่ม" กับ ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% ที่ลูกค้า "หักออก" ถ้าใส่ผิดที่ ยอดที่คุณได้รับจริงจะไม่ตรงกับที่ตกลงไว้ และเอกสารก็อาจถูกลูกค้าตีกลับให้แก้ใหม่
บทความนี้อธิบายแบบสั้น ตรงประเด็น พร้อมตัวอย่างคำนวณที่เอาไปใช้กับใบแจ้งหนี้ใบถัดไปได้ทันที
VAT 7% คืออะไร — ใครต้องเก็บ
ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) คือภาษีที่คุณ "เก็บจากลูกค้าแทนรัฐ" แล้วนำส่งกรมสรรพากร ไม่ใช่รายได้ของคุณ
- คุณต้องจดทะเบียน VAT เมื่อรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี (ต่ำกว่านั้นจดโดยสมัครใจได้ แต่ไม่บังคับ)
- ถ้ายังไม่ได้จด VAT — คุณ ห้าม เรียกเก็บ VAT 7% ในใบแจ้งหนี้ (ผิดกฎหมาย)
- ถ้าจด VAT แล้ว — บวก 7% จากมูลค่างานเข้าไปในบิล และต้องออก ใบกำกับภาษี ให้ลูกค้า
จุดที่คนพลาดบ่อย: ฟรีแลนซ์รายได้ยังไม่ถึงเกณฑ์ แต่ไปใส่ VAT 7% ในใบแจ้งหนี้เพราะเห็นคนอื่นใส่ — อันนี้ทำไม่ได้
หัก ณ ที่จ่าย 3% คืออะไร — ใครเป็นคนหัก
ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (Withholding Tax) คือเงินที่ ลูกค้าหักไว้จากยอดที่จ่ายให้คุณ แล้วนำส่งสรรพากรในนามของคุณ = จ่ายภาษีล่วงหน้าไปแล้วบางส่วน ไม่ได้หายไปไหน
- คนที่มีหน้าที่หักคือ นิติบุคคล (บริษัท ห้างร้าน) ที่จ่ายเงินให้คุณ — ถ้าลูกค้าเป็นบุคคลธรรมดาจ้างงานกันเอง ปกติไม่มีการหัก
- อัตราที่เจอบ่อยสำหรับงานบริการ/รับจ้างทำของ คือ 3%
- งานประเภทอื่นอัตราต่างกัน เช่น ค่าโฆษณา 2% · ค่าขนส่ง 1% · ค่าเช่า 5%
- สำคัญ: หักจากมูลค่างาน (ยอดก่อน VAT) ไม่ใช่จากยอดรวมที่บวก VAT แล้ว
- ลูกค้าต้องออก หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (ใบ 50 ทวิ) ให้คุณ — เก็บไว้ให้ครบ เพราะตอนยื่นภาษีปลายปี (ภ.ง.ด.90/91) คุณเอายอดนี้ไปหักลดภาษีที่ต้องจ่ายได้ หรือขอคืนได้ถ้าจ่ายเกิน
ตัวอย่างที่ 1 — ฟรีแลนซ์ยังไม่จด VAT รับงาน 50,000 บาทจากบริษัท
- มูลค่างาน: 50,000 บาท
- VAT: ไม่มี (ยังไม่จดทะเบียน)
- หัก ณ ที่จ่าย 3%: 50,000 × 3% = 1,500 บาท
- เงินที่โอนเข้าบัญชีจริง: 48,500 บาท
ในใบแจ้งหนี้ให้แสดงยอด 50,000 บาท และระบุหมายเหตุว่าลูกค้าหัก ณ ที่จ่าย 3% (1,500 บาท) ยอดชำระสุทธิ 48,500 บาท — ลูกค้าจะได้ไม่งงว่าทำไมตัวเลขไม่ตรง
ตัวอย่างที่ 2 — จด VAT แล้ว รับงาน 50,000 บาทจากบริษัท
- มูลค่างาน: 50,000 บาท
- VAT 7%: 50,000 × 7% = 3,500 บาท
- ยอดรวมในใบกำกับภาษี: 53,500 บาท
- หัก ณ ที่จ่าย 3% (คิดจาก 50,000 ไม่ใช่ 53,500): 1,500 บาท
- เงินที่โอนเข้าบัญชีจริง: 53,500 − 1,500 = 52,000 บาท
สังเกตว่า VAT บวกเพิ่ม ส่วนหัก ณ ที่จ่าย หักออก และทั้งคู่คิดจากฐาน 50,000 เท่ากัน นี่คือจุดที่คนคำนวณผิดบ่อยที่สุด — ถ้าเผลอเอา 3% ไปคิดจาก 53,500 ยอดจะเพี้ยนไป 105 บาท และลูกค้าฝ่ายบัญชีจะตีกลับ
เช็กลิสต์ใบแจ้งหนี้ให้ไม่โดนตีกลับ
- ชื่อ–ที่อยู่–เลขประจำตัวผู้เสียภาษีของ ทั้งสองฝ่าย ครบถ้วน
- เลขที่เอกสาร + วันที่ออก
- รายการงาน จำนวน ราคาต่อหน่วย และยอดรวมก่อนภาษี
- VAT 7% (เฉพาะกรณีจดทะเบียนแล้ว) แยกบรรทัดชัดเจน
- หมายเหตุหัก ณ ที่จ่าย + ยอดชำระสุทธิ ที่ลูกค้าต้องโอนจริง
- เลขบัญชีธนาคาร + เงื่อนไขการชำระเงิน (เช่น ภายใน 7 วัน)
ให้ AI คำนวณให้ ลดโอกาสพลาด
ตัวเลขพวกนี้ไม่ยาก แต่พลาดง่ายตอนรีบ — โดยเฉพาะเวลาที่ต้องออกหลายใบในวันเดียว
InvoiceAI.th ให้คุณพิมพ์เป็นภาษาไทยธรรมดา เช่น *"ออกใบแจ้งหนี้ค่าออกแบบเว็บ 50,000 บาท ให้บริษัท ABC มี VAT หัก ณ ที่จ่าย 3%"* แล้วระบบจะแยกฐานภาษี บวก VAT 7% หัก 3% และสรุปยอดชำระสุทธิให้อัตโนมัติ พร้อมดาวน์โหลดเป็น PDF ส่งลูกค้าได้ทันที
👉 ทดลองฟรี 3 ใบแรก ไม่ต้องผูกบัตร: invoice.korvuz.site
อ่านต่อ:
- ใบเสนอราคา ใบแจ้งหนี้ ใบวางบิล ใบเสร็จ ใบกำกับภาษี ต่างกันยังไง ออกตอนไหน
- ตัวอย่างใบเสนอราคาที่ลูกค้าอนุมัติง่าย — กรอกจริงทุกช่อง
*บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษีหรือกฎหมาย กรณีที่ซับซ้อนควรตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือนักบัญชีของคุณ*